ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำในระหว่างการสัมภาษณ์

1.    รูปร่างหน้าตาดูโทรม รวมไปถึงการแต่งกาย การแต่งหน้า และการเตรียมตัวในด้านบุคลิกภาพที่ใช้ไม่ได้ (Poor Personal Appearance)
ผู้เข้าสัมภาษณ์เคยทราบหรือไม่ว่า การที่ผู้เข้าสัมภาษณ์แต่งตัวดูดี บุคลิกภาพดีจะทำให้ได้รับโอกาสในการที่จะได้รับการพิจารณาเข้าทำงานสูงมาก ถ้าผู้เข้าสัมภาษณ์แต่งตัวแย่ไม่ถูกกาลเทศะ เช่น ใส่เสื้อแขนสั้นไปสัมภาษณ์งาน หรือใส่กางเกงยีนส์ไป ก็คงจะไม่ได้รับการพิจารณาตั้งแต่ระดับสัมภาษณ์งานสำหรับคนไทย เช่น
กรณีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้หญิง
-    การสวมใส่รองเท้า กรณีผู้เข้าสัมภาษณ์เป็นผู้หญิง มักจะใส่รองเท้าเปิดส้น ให้เห็นไม่ว่านิ้วโป้งหรือนิ้วก้อยซึ่งดูแล้วเป็นการไม่สุภาพ
-    การใส่ถุงน่อง ผู้หญิงบางคนไม่ใส่ถุงน่อง หรือไม่ระวังในการใส่ถุงน่องโดยปล่อยให้ถุงน่องมีรอยฉีกขาด หรือที่เรียกว่า “ถุงน่อง run”โดยหากใส่ถุงน่อง run เข้าสัมภาษณ์งาน จะทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าสัมภาษณ์ขาดความมั่นใจได้
-    การสวมใส่เสื้อผ้า  ผู้หญิงบางคนมักใส่เสื้อสีที่ไม่เหมาะสม, ไม่สุภาพ เช่น สีแดงหรือสีสด ซึ่งตามปกติแล้วควรที่จะใส่สีเข้มๆ เช่น สีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม เป็นต้น
-    การหวีหรือการใส่เครื่องประดับบนเรือนผม การไว้ผมหรือหวีผมไม่เรียบร้อย หรือใส่เครื่องประดับผมที่มีสีหรือลวดลายไม่สุภาพ ถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเด็ดขาด ถ้าจะติดเครื่องประดับบนผมก็ควรที่จะเป็นเครื่องประดับที่มีสีเดียวและเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น
-    เครื่องประดับอื่นๆ เช่น แหวน, สร้อยข้อมือ หรือนาฬิกา ควรจะใส่ชนิดที่ไม่เป็นประกายหรือสะท้อนแสงเพราะจะทำให้เข้าตาผู้สัมภาษณ์ ก่อให้เกิดความรำคาญได้
-    การแต่งหน้า  สมควรที่จะแต่งบ้างแต่ไม่ควรแต่งหน้าจัดหรือเข้มจนเกินสมควร โดยจุดที่ควรแต่งคือ การทาปาก, ทาตา และรองพื้นผิหน้าด้วยแป้ง และการใช้น้ำหอมก็เป็นสิ่งที่สมควรที่จะใช้ แต่ควรเป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ สำหรับผู้หญิงไม่ควรใช้น้ำหอมของผู้ชายเด็ดขาด เพราะมีกลิ่นที่แรง โดยเฉพาะเวลาอยู่ในห้องแคบๆ
กรณีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้ชาย
-    การขัดรองเท้า ในกรณีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้ชาย มักจะไม่ขัดรองเท้าให้ดูมันเงา ถือเป็นการไม่สุภาพหากผู้เข้าสัมภาษณ์ใส่รองเท้าที่มีแต่ฝุ่นเข้าสัมภาษณ์
-    การเตรียมอุปกรณ์สำรับใช้ในการสมัครงาน ผู้ชายส่วนมากมักจะไม่เตรียมอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการสมัครงาน เช่น ปากกา, resume, เอกสารประกอบการสมัครงานที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้เข้าสมัครในปัจจุบันมักนิยมที่จะสะพายเป้เข้าสมัครงาน ควรใช้กระเป๋าเอกสารแบบถือด้วยมือเท่านั้น เพราะการสะพายเป้ถือว่าเป็นสิ่งไม่สุภาพและทำให้เสียบุคลิกภาพเป็นอย่างมาก
-    หนวดหรือเครา ควรที่จะโกนหนวดเคราให้เกลี้ยง เพื่อที่จะทำให้ใบหน้าแลดูสะอาด
-    การติดกระดุม และการผูกไทด์ ควรที่จะติดกระดุมเสื้อทุกเม็ด ส่วนการผูกไทด์ก็ไม่ควรผูกให้ยาวหรือสั้นเกินไป โดยปลายไทด์ไม่ควรยาวเกินหัวเข็มขัดและการสวมเสื้อก็ควรใช้สีขาวหรือสีฟ้าเท่านั้น
-    การใช้น้ำหอม ใช้ได้เพราะจะช่วยดับกลิ่นตัว แต่ไม่ควรใช้มากจนมีกลิ่นฉุน และควรระวังในการฉีดน้ำหอมเพราะอาจจะทำให้เปื้อนเสื้อ ทำให้เป็นคราบได้
2.    ขาดความน่าสนใจและความกระตือรือร้น (Lake of Interest and Enthusiastic)
สมมุติว่า ถ้าผู้สมัครมีทั้งหมด 10 คน แต่ละคนวุฒิการศึกษาเหมือนกัน สถาบันใกล้เคียง ผู้เข้าสัมภาษณ์ควรทำอย่างไรหรือเตรียมตัวอย่างไรให้ดูแตกต่างหรือเด่นกว่าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ หรือเรียกว่า “สะดุดตา” จึงขอแนะนำดังนี้
-    การเตรียมข้อมูลของบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์ เช่น ผลิตภัณฑ์หรือการบริการของบริษัทนั้นๆ
-    รายละเอียดของส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัท เป็นผู้นำด้านสินค้าหรือการบริการประเภทนั้นๆหรือไม่
-    ข่าวสารต่างๆ เช่นการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารชุดใหม่
-    รายชื่อผู้บริหาร
-    ที่ตั้งหรือสาขาต่างๆ
-    วัฒนธรรมองค์กร
การที่จะเข้าค้นหาข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ในปัจจุบันวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ เข้าไปใน Website ของบริษัทนั้นๆ มีวิธีการอื่นๆ เช่น การค้นหาตาม Annual Report (กรณีที่บริษัทมีรายชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์), ฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท เป็นต้น
ก่อนไปสัมภาษณ์ ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์รู้เรื่องของบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์มากเท่าใด ก็จะแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้ที่เตรียมพร้อม มีความตั้งใจสูง และมีความสนใจ ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มีความขวนขวายที่จะค้นหาไม่ว่าด้วยการอ่าน หรือการค้นหาตาม Website ก็จะทำให้มีข้อมูลมากขึ้น สำหรับความเห็นของผู้เขียนแล้ว วิธีการที่ง่ายที่สุด คือการอ่านหนังสือพิมพ์ให้ได้มากฉบับที่สุด ยกตัวเอย่างเช่น ในกรณีของผู้เขียน นิยมที่จะอ่านหนังสือพิมพ์และเข้า Web ทุกวัน โดยปกติผู้เขียนจะอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐซึ่งมีข้อมูลในระดับของชาวบ้าน ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณา และการเคลื่อนไหวของตลาด เพราะไทยรัฐเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีโฆษณาลงอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด และต่อมาผู้เขียนก็จะอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งจะได้ข้อมูลด้านของเศรษฐกิจ, ตลาดหุ้น, สังคมการเมือง รวมไปถึงดูตลาดแรงงานด้วย นอกจากนี้ผู้เขียนก็จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับการกีฬา เช่น นิตยสาร KICK OFF, SPORT POOL, และ STAR SOCCER ซึ่งผู้เขียนจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านกีฬาทั้งหมด และสำหรับหนังสือพิมพ์อื่นๆ ที่ผู้อ่านนิยมอ่านเพื่อได้รับข้อมูลข่าวสารทุกๆด้าน เช่น หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, ฐานเศรษฐกิจ, ซึ่งจะได้รับข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการตลาด การเงิน ส่งออก ในลักษณะของ มหภาพและในส่วนของข่าวสารของวงการบันเทิง ผู้เขียนมักนิยมอ่าน MAYA CHANEL เพื่อรับข้อมูลบันเทิง ซึ่งจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการละคร, ดารา ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานในสังคมที่ทุกคนจะต้องพูดกัน
ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ไม่ชอบการอ่าน แต่อยากได้ข้อมูลเพื่อการสัมภาษณ์งานก็ควรจะเริ่มหัดตั้งแต่เริ่มหางานทำใหม่ๆ จะได้มีประสบการณ์เพียงพอสำหรับใช้ประโยชน์ในการสัมภาษณ์งาน
3.    การให้ความสำคัญในเรื่องของเงินเป็นหลัก (Over Emphasis on Money)
-    กฎเกณฑ์เบื้องต้นที่สมควรจำคือ ถ้าผู้สัมภาษณ์ไม่กล่าวถึงเรื่องเงินเดือนก่อน ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ห้ามเป็นผู้ถามเกี่ยวกับเงินเดือนโดยเด็ดขาด แม้ความรู้สึกของผู้รับการสัมภาษณ์มีความต้องการที่จะทราบเรื่องนี้มากเท่าใดก็ตาม ก็ต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้ แต่ถ้าเป็นสังคมตะวันตกการถามเรื่องเงินเดือนถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่สมควรแสดงออกว่าเราต้องการเงินเป็นหลัก โดยปกติการถามเรื่องเงินเดือนจะเป็นช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์ อย่างไรก็ต้องเก็บระงับความอยากรู้เรื่องเงินเดือนไว้ แต่ถ้าในกรณีที่ผู้สัมภาษณ์เป็นผู้เริ่มถามเรื่องเงินเดือนก่อน ถือเป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์จะต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมที่จะตอบคำถามนี้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ เช่น สอบถามกับรุ่นพี่หรือเพื่อนที่ทำงานในตำแหน่งที่ผู้สัมภาษณ์สมัคร หรือไม่ก็ต้องเตรียมเหตุผลในการที่ขอเงินเดือนไปว่ามีหลักการคำนวณอย่างไร ไม่ใช่ตอบผู้สัมภาษณ์ไปเพื่อแต่ว่าอยากได้ในจำนวนที่ขอไปโดยปราศจากเหตุผลประกอบ ข้อผิดพลาดในข้อนี้ถือเป็นข้อผิดพลาดที่พบมาก และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการสัมภาษณ์ เพราะฉะนั้นห้ามเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนนี้เป็นอันขาด
4.    การกล่าวอ้างถึงหรือตำหนิบริษัทหรือเจ้านายเก่า (Condemnation of Past Employers)
-    เวลาผู้สัมภาษณ์ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์จะพยายามพูดให้เข้าตัวให้น้อยที่สุด แต่มิใช่เป็นการยกยอที่ทำงานเดิม เพราะผู้สัมภาษณ์อาจจะคิดว่าในเมื่อที่ทำงานเดิมมีความสมบูรณ์อยู่แล้ว ผู้สัมภาษณ์จะออกมาหางานใหม่ทำเพื่ออะไร การที่จะตำหนิที่ทำงานหรือเจ้านายเก่า ทำได้แต่ควรพูดถึงตามแต่สมควร เช่น บริษัทเดิมก็ดีอยู่แต่อาจจะไกลบ้าน เดินทางไม่สะดวก หรือนายเก่าออกจะปกครองลูกน้องแบบเผด็จการเกินไป ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เป็นต้น และที่สำคัญไม่ควรกล่าวถึงชื่อของนายเก่าออกมาหรือพูดในแง่ลบมากเกินไป ควรจะใช้เหตุผลว่าบริษัทที่จะทำนี้ดีอย่างไร, น่าสนใจอย่างไร, ลักษณะของงานมีความท้าทายอย่างไร แทนที่จะกล่าวถึงบริษัทเก่า, เจ้านายเก่าว่าแย่อย่างไร จะดูเหมาะสมกว่า
5.    ความผิดพลาดจากการใช้การตอบโต้ทางสายตากับผู้สัมภาษณ์ (Failure of Look at the interviewer when conversing)
-    มักจะเกิดคำถามมากมายเมื่อผู้รับการสัมภาษณ์มักจะไม่จ้องหน้าผู้สัมภาษณ์ขณะการสนทนากัน ซึ่งผู้สัมภาษณ์งานจะรู้สึกว่าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้สัมภาษณ์ ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกและความมั่นใจสำหรับผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ ดังนั้นถึงแม้ว่าผู้สัมภาษณ์จะพูดได้ไม่น่าสนใจเท่าใดก็ตาม ผู้รับการสัมภาษณ์จะต้องพยายามใช้การโต้ตอบทางสายตาหรือกริยาท่าทางโต้ตอบการสนทนากับผู้สัมภาษณ์ตลอด
6.    การเปิดหรือสิ้นสุดการสอบสัมภาษณ์ด้วยการจับมือแบบไม่เต็มใจ (Limp, Fishy, Handshake)
ในกรณีที่ผู้สัมภาษณ์เป็นบริษัทของชาวต่างชาติ (ฝรั่ง) ผู้รับการสัมภาษณ์ควรที่จะจับมือทักทายด้วยความมั่นใจทั้งก่อนและหลังสัมภาษณ์ โดยการจับแน่นๆพอประมาณ ส่วนกรณีที่เป็นคนไทยก็จะหมายถึงการยกมือไหว้ โดยเฉพาะผู้หญิงควรจะไหว้ด้วยความอ่อนช้อยสวยงามและเป็นธรรมชาติ และให้มีการยิ้มเล็กน้อยเพื่อแสดงถึงความจริงใจ (ถ่ายทอดให้ผู้รับไหว้รู้สึกประทับใจในวัฒนธรรมไทย) สิ่งที่เป็นจุดเล็กน้อยเช่นการจับมือหรือการยกมือไหว้แต่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาหรือทดสอบในการสัมภาษณ์งานเช่นกัน
7.    การไม่ตรงต่อเวลา (Late to Interview) การที่จะไปสัมภาษณ์งานนั้น การสำรวจเส้นทางในการเดินทางไปให้ทันเวลาสัมภาษณ์และสามารถช่วยให้ตัดสินใจในด้านอื่นๆได้เช่นกัน เช่น จะต้องใช้ค่ารถเท่าใด มีสถานที่ให้รับประทานอาหารที่ใด, ห้องน้ำอยู่ที่ใด (ข้อนี้ผู้เขียนชอบมาก เพราะสำนักงานที่มีห้องน้ำบรรยากาศดีๆไม่อับ สะอาด) และถ้าหากผู้รับการสัมภาษณ์ทดลองเดินทางไปยังสถานที่สัมภาษณ์ก่อนก็จะทำให้เวลาจริงก็จะมีโอกาสที่จะไปสายได้น้อยมาก และเมื่อถึงเวลาจริง ก็ควรที่จะไปถึงก่อนเวลาสักประมาณ 15-20 นาที โดยเมื่อไปถึง สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือการเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อเป็นการแสดงว่าตนมาสัมภาษณ์ได้ทันเวลา หลังจากนั้นจึงควรเข้าห้องน้ำเพื่อเป็นการจัดเตรียมตัวเองให้เรียบร้อยและพร้อมที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์งาน และเมื่อแล้วเสร็จก็เข้าไปนั่งรอการสัมภาษณ์ (อย่างอดทน) ห้ามแสดงความหงุดหงิดหรือออกอาการกระวนกระวาย แต่ถ้ามาสายจริงๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การขอโทษและบอกเหตุผลในการมาสาย เพื่อให้ได้รับความเห็นใจและให้อภัย ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มีความสามารถ ผู้สัมภาษณ์ก็อาจให้ความอภัยและมองเรื่องการมาสาย (อย่างมีเหตุผล) เป็นเรื่องเล็กไป แต่สิ่งที่ควรจะกระทำก็คือการมาให้ทันการนัดสัมภาษณ์จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
8.    การขาดความสนใจในตัวผู้สัมภาษณ์ (Failed to empress appreciation for interviewer’s time)
การตั้งใจและให้ความสนใจในตัวผู้สัมภาษณ์ถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่งที่ต้องแสดงความสนใจด้วยท่าทาง แววตา กริยา เพื่อให้กรรมการสัมภาษณ์ทราบถึงความตั้งใจในสิ่งที่พูดหรือชี้แจง บางคนชอบที่จะพูดให้คนอื่นฟัง ซึ่งถ้าผู้สัมภาษณ์เป็นบุคคลประเภทนี้ จะต้องระงับใจและอดกลั้นตั้งใจฟัง มิฉะนั้นอาจจะพลาดโอกาสในการได้งานก็เป็นได้
9.    การที่ผู้รับการสัมภาษณ์ไม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องงาน (No Question About Job) การที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องของงานจะทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกว่าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มีความต้องการที่จะมาทำงานจริงๆ ซึ่งคำถามที่ควรถามหรือไม่ควรที่จะถาม เช่น
9.1    “ผมจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ครับ” เป็นคำถามที่ห้ามถามโดยเด็ดขาด หากผู้รับการสัมภาษณ์ถามออกไป โอกาสที่จะพลาดตำแหน่งงานนั้นก็จะมีสูงอย่างแน่นอน เพราะตามธรรมเนียมไทยยังรับไม่ได้เรื่องของการถามเรื่องเงินเดือนก่อน
9.2    “สรุปว่าผมสัมภาษณ์ผ่านไหมครับ” ก็เป็นคำถามที่ห้ามถามเช่นกัน ธรรมดาปกติกรรมการสัมภาษณ์จะไม่วิจารณ์ผู้สมัครในเวลาที่สัมภาษณ์เลย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถามคำถามนี้
เรื่องที่ควรถาม เช่น
9.3    งาน/ลักษณะของงาน/ตำแหน่ง
9.4    ความก้าวหน้าในอาชีพ
9.5    การฝึกอบรม, การศึกษาต่อ
9.6    สวัสดิการของบริษัท
9.7    วัฒนธรรมขององค์กร
9.8    สายการบังคับบัญชา
9.9    ผู้บังคับบัญชา
จริงๆแล้วคำถามแรกที่ควรจะถามคือ เรื่องของรายละเอียดของงานที่จะทำ (Job Description) ซึ่งคำถามนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น จุดมุ่งหมายที่ต้องการทำงานนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเป็นผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้ถาม จึงควรถามแต่คำถามหรือไม่ถามอะไรเลย คะแนนก็จะลดลงหรือไม่ได้รับพิจารณาเข้าทำงานก็อาจเป็นได้
10.    การตอบคำถามไม่ตรงประเด็นที่ถาม
หลักในการตอบคำถามในการสัมภาษณ์งานที่ดี คือ ต้องตอบให้ตรงคำถาม ไม่พูดจาวกวน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.    (ทดไว้ในใจ) จะต้องตอบคำถามให้ตรงประเด็น
2.    ตอบคำถามทุกครั้งต้องพร้อมด้วยเหตุผลเสมอ ต้องไม่ตอบแบบห้วนๆ
3.    ห้ามตอบแบบเดาสุ่มเด็ดขาด ถ้าไม่รู้จริงๆ ก็ตอบไปว่าไม่รู้ แต่ถ้าจำเป็นต้องเดาควรที่จะกล่าวออกตนก่อนว่า “จริงๆแล้วไม่แน่ใจ แต่ถ้าให้เดาก็จะเดาว่า.......เพราะ.......” เป็นต้น ซึ่งการเดาอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ จะทำให้ผู้รับการสัมภาษณ์ดูดีขึ้น ดูมีไหวพริบ มีเหตุมีผล แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้รับการสัมภาษณ์ตอบแบบมั่วๆหรือตอบส่งเดช